การเลือกใช้น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ ตอนที่ 1

การเลือกใช้น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ ตอนที่ 1

ความหนืดของน้ำมันเครื่อง
ความหนืดของน้ำมันเครื่องมีไว้สำหรับไหลผ่านและเคลือบชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เพื่อหล่อลื่นให้แต่ละชิ้นส่วนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยังช่วยลดความร้อนจากการเสียดสี ซึ่งจะมีผลโดยตรงทั้งในเรื่องของการปกป้องการสึกหรอของเครื่องยนต์และประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดมากจะสร้างชั้นฟิล์มที่หนาเพือปกป้องเครื่องยนต์จากความร้อนสูง แต่เครื่องยนต์ก็ต้องออกแรงเพื่อปั๊มให้น้ำมันเครื่องสามารถไหลและแทรกตามชิ้นส่วนต่างๆรวมถึงกรองน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องที่หนืดเกินไปจึงทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดน้อยจะสร้างชั้นฟิล์มที่บางกว่าซึ่งจะปกป้องเครื่องยนต์ในอุณหภูมิที่สูงมากได้น้อยกว่า แต่จะสามารถไหลผ่านส่วนต่างๆได้เร็วกว่าและใช้แรงดันน้อยกว่าทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า

ค่าความหนืดจะเปลี่ยนแปลงไปในย่านอุณหภูมิต่างๆโดยจะเกี่ยวข้องกับมาตรฐานของน้ำมันเครื่อง โดยจะแบ่งเป็นตัวเลขตามค่ามาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (Society of Automotive Engineer : SAE) ใช้ระบุความหนืดของน้ำมันเครื่อง

ตัวเลขด้านหน้าจะแสดงอุณหภูมิต่ำสุดของอากาศที่น้ำมันเครื่องจะสามารถถูกนำไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ได้
0W -35°C
5w -30°C
10w -25°C
15w -20°C
20w -15°C
25w -10°C

ตัวเลขด้านหลังจะบ่งบอกถึงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องต่ออุณหภูมิซึ่งจะวัดที่อุณหภูมิ 100°C

การสึกหรอของเครื่องยนต์จะมีมากที่สุดขณะสตาร์ทเครื่องเนื่องจากน้ำมันเครื่องจะไหลกลับลงอ่างหลังจากหยุดใช้งานเครื่องยนต์ ดังนั้นน้ำมันเครื่องจำเป็นจะต้องถูกนำขึ้นไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์โดยเร็วที่สุดโดยเฉพาะขณะสตาร์ทเครื่อง จะเห็นว่าในเมืองหนาวจึงจำเป็นต้องใช้ค่าของ ‘W’ ที่ต่ำมากสำหรับป้องกันน้ำมันเครื่องแข็งตัวหรือไม่สามารถนำไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ได้ทันที สำหรับประเทศไทยจะไม่ค่อยซีเรียสในเรื่องของตัวเลขด้านหน้านัก แต่จะเน้นที่ตัวเลขด้านหลังที่เป็นตัวบ่งบอกความหนืดของน้ำมันเครื่องซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับรถยนต์และการใช้งาน โดยจะเกี่ยวข้องกับค่าดัชนีความหนืด(Viscosity Index)สำหรับน้ำมันเครื่อง หากค่าดัชนีความหนืดน้อยจะทำให้ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องลดลงเร็วกว่าในอุณภูมิที่สูงขึ้น และค่าดัชนีความหนืดมากจะทำให้ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องลดลงช้ากว่าในอุณหภูมิที่สูงขึ้น

ดังนั้นการเลือกใช้น้ำมันเครื่องจากความหนืดไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกที่เบอร์สูงขึ้นเสมอไป ตัวอย่างเช่นน้ำมันเครื่องของ eco car หรือแม้กระทั่ง SUV อย่าง Subaru XV ยังแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืด 0W-20 เพื่อให้น้ำมันเครื่องที่ใสมีอัตราการหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น(ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าของรถด้วย) แต่รถที่มีอายุมากจะใช้น้ำมันเครื่องทีหนืดขึ้นเพื่อให้น้ำมันเครื่องหล่อเลี้ยงและลดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆที่เกิดการสึกหรอจากการใช้งาน

ผู้ใช้รถบ้านปรกติจึงควรที่จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับค่าเบื้องต้นของน้ำมันเครื่องเช่น เกรดน้ำมันเครื่อง ค่าความหนืด และสามารถเลือกให้ตรงความต้องการในการใช้งาน ในกรณีของเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบหรือมีการตกแต่งเพิ่มเติม ก็ควรที่จะใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของรถจะมีความพิถีพิถันมากกว่าในการเลือกใช้น้ำมันเครื่อง เพราะหากเครื่องยนต์เกิดความเสียหายจะทำให้เสียเงินในการซ่อมแซมมากกว่าราคาน้ำมันเครื่องหลายเท่าตัว การเลือกใช้น้ำมันเครื่องไม่จำเป็นต้องเลือกตามราคา ยี่ห้อ หรือตามผู้อื่นเสมอไป ควรที่จะมองที่คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องเป็นหลักและความคุ้มค่าต่อราคาของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ทั้งนี้ขอให้ผู้ใช้รถทุกท่านศึกษาว่ารถของท่านเหมาะสมกับการใช้งานน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเท่าไร เช่น ใช้งานปรกติ ใช้งานหนัก หรือใช้เพื่อการแข่งขัน และสามารถเลือกใช้ให้ถูกต้องตามที่ต้องการครับ

ติดต่อ รถรับจ้างขนของ แอดไลน์เลยครับ

 

รถรับจ้าง , รถรับจ้างขนของ , รถขนของ , รับจ้างขนของ , รถกระบะรับจ้าง
รถรับจ้างทั่วไป , รถกระบะขนของ , ขนย้ายบ้าน , รับย้ายบ้าน , รับจ้างย้ายหอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *