ทำไมต้องใช้แก๊สโซฮอล์ – แล้วทำไมต้อง E10 E20 E85 ไม่ใช้ E30

ทำไมต้องใช้แก๊สโซฮอล์ – แล้วทำไมต้อง E10 E20 E85 ไม่ใช้ E30

 

เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลสนับสนุนให้มีการใช้น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอล หรือที่เรียกกันว่าแก๊สโซฮอล์ ด้วยข้อดีต่างๆนาๆ ทั้งในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าเบนซิน(อุ้มราคาซะ…เพราะต้นทุนสูง) การอุดหนุนเกษตรกรไทยเพราะผลิตได้จากพืชที่ปลูกในประเทศ(นายทุนหรือเกษตรกร) รวมถึงการลดมลภาวะจากการเผาไหม้ และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นจากคุณสมบัติต่างๆของเอทานอล ซึ่งในประเทศไทยคงจะหาข้อมูลได้ยากว่าจริงๆแล้วมันแตกต่างกันแค่ไหนอย่างไรเพราะมาแต่ตัวเลขลอยๆและหลักการทฤษฎีเท่านั้น พอดีได้ไปเจอการทดลองของต่างประเทศเกี่ยวกับน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลในปริมาณที่ต่างกันจะให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร จึงคิดว่าจะนำมาแชร์เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆและเป็นความรู้ใหม่ของผมเช่นกัน

อยากให้ผู้อ่านดูในรูปจะเห็นส่วนผสมของน้ำมันเบนซินกับเอทานอลในอัตราส่วนต่างๆ จะขอเน้นที่ค่าพลังงาน Energy density(MJ/L) ที่ว่าใช้แก๊สโซฮอล์ที่ผสมเอทานอลมากขึ้นแล้ววิ่งได้ระยะทางน้อยลง ขอเทียบระหว่าง E10 กับ E85 เพื่อความชัดเจน ค่าพลังงานของ E10 = 33.18MJ/L ส่วน E85 จะอยู่ที่ประมาณ 25.05MJ/L(26.5+23.6แล้วหาร2) เท่ากับจะน้อยกว่า E10 ประมาณ 24.5% เป็นตัวเลขติ๊ต่างในแง่ของความสิ้นเปลืองที่มากกว่า ซึ่งในการใช้งานจริงจะมีตัวแปรปัจจัยอีกมากมาย เท่ากับว่าถ้าราคาน้ำมัน E85 ถูกกว่า E10 เกิน 24.5% ถือว่าคุ้มค่า ยังไม่รวมค่า Octane ที่มากกว่าในแง่ของประสิทธิภาพในการลดการชิงจุดระเบิด(จากบทความก่อน) จะเห็นว่ารถแต่งหลายๆคันเลือกใช้ E85 แล้วเครื่องยนต์สามารถให้สมรรถนะได้ดีกว่าจากการปรับจูนอัตราส่วนเชื้อเพลิงที่เหมาะสม แต่ว่าหากจะต้องการใช้งานเต็มระบบจริงๆจะต้องลงทุนทั้งกล่องปรับจูน หัวฉีด ท่อเบนซิน ปั๊มเบนซิน แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน ซึ่งในการทดลองนี้ยังแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดีกว่าของการใช้งาน E20 ดีกว่า E30 ในด้านโหลดการทำงานของเครื่องยนต์และมลภาวะจากไอเสีย(สรุปสั้นๆเดี๋ยวจะยาวเกินไป ก็ว่าทำไม E20 แล้วกระโดดไป E85 เลย)

ส่วนในแง่การใช้งานทั่วไปมีการทดลองในไทยแล้วว่า E85 ระเหยช้ากว่าเบนซิน แต่ถ้าเกิดว่าที่ระเหยไปเป็นเบนซินล่ะ แสดงว่ารถเรากินแต่แอลกอฮอล์สินะ ซึ่งคนใช้ E85 ก็คงรู้อยู่แล้วว่าอย่าเติมแช่ถังนานๆ เพราะคุณสมบัติต่างๆของเอทานอลจะก่อให้เกิดความเสียหายในระบบเชื้อเพลิงได้(ควรเติมกับรถที่ใช้ทุกวัน) และปรับแต่งชิ้นส่วนต่างๆรวมถึงกล่องควบคุมรถยนต์ให้เหมาะสมเว้นแต่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ว่าสามารถรองรับเชื้อเพลิงชนิดนั้นๆได้ อนาคตในประเทศคงมีปั๊มน้ำมันที่มี E85 รองรับมากขึ้น ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคที่สะดวกสบายมากขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมดแล้วไม่มีที่เติม หวังว่าเรื่องที่เขียนจะเป็นความรู้และประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่ทุกท่านนะครับ

ติดต่อ รถรับจ้างขนของ แอดไลน์เลยครับ

 

รถรับจ้าง , รถรับจ้างขนของ , รถขนของ , รับจ้างขนของ , รถกระบะรับจ้าง
รถรับจ้างทั่วไป , รถกระบะขนของ , ขนย้ายบ้าน , รับย้ายบ้าน , รับจ้างย้ายหอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น